Cinema_at_home

โรงหนังในบ้าน

สำหรับน้องๆ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยระบบภาพ-เสียง อยากทำ โรงหนังในบ้าน  บางทีอาจจะนึกภาพไม่ออก เลยเขียนออกมาเป็นไดอะแกม เพื่อสะดวกในการ เลือกซื้อ เลื่อกใช้ จะได้ตรงตามวัตถุประสงค์ครับ 🙂

สำหรับผม ผมจะให้ความสำคัญกับ เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ เป็นอันดับแรกครับ มีเพื่อนๆมักจะถามว่า ใช้จอ LCD หรือ LED แบนๆ ที่ขายกันเกลื่อน ได้ไหมครับ

 

SurapolTheater2

 

ตัวอย่าง ห้องอเนกประสงค์ ดูหนัง ร้องเพลง บ้านคุณสุรพล  เครื่องฉาย DLP Vivitek HD 1920 x 1080 จุดภาพ จอฟิกเฟรม ขนาด 240 x 135  ซม. ของ Stumpfl จากประเทศออสเตรีย

สำหรับผมนะครับ ถ้าจะดูหนังหรือจะทำอารมณ์ ให้เป็น โรงหนังในบ้าน หรือจะในสวน การใช้เครื่องฉายโปรเจคเตอร์จะตอบโจทย์ ได้ดีกว่า ไม่ใช่เพราะจอใหญ่อย่างเดียว การดูภาพจากการฉายแสงตกกระทบบนจอ ทำให้เห็นภาพนุ่มนวล ไม่สว่างเกินไป ไม่ส่องเข้าตาเรา เนื่องจากแสงที่ฉายจากโปรเจคเตอร์ ฉายออกจากเครื่องตกระทบบนฉากรับภาพ เหมาะสมกับการดูในที่มืด หรือกันแสงจากภายนอกได้ ถึงไม่ 100% แต่ก็ทำให้เราไม่เห็นเครื่องเรือน หรือเฟอร์นิเจอร์ ในบ้านมากวนสายตา จึงทำให้การชมภาพยนตร์ มีอรรถรสมากขึ้น เหมือนอยู่ในโรงภาพยนตร์จริงๆ สะดวกกว่า และเป็นส่วนตัวกว่า ไม่ต้องกลัวใครมาเดินผ่านหน้า มาเฉียดจมูก ให้ได้กลิ่นแปลกๆ ตอนหนังฉายไปสักพัก หรือเสียงพากษ์ สำหรับคนที่กลัวเขาไม่รู้ว่าเคยดูแล้ว หรือรู้เรื่องมาก่อน ฮ่าๆๆ (ไม่แน่ใจว่า สมัยนี้ยังมีไหมนะครับ เพราะไม่ได้เข้าโรงหนังมาตั้งแต่ มาขายโปรเจคเตอร์จริงจัง :))

โรงหนังในบ้าน ปวดฉี่ ก็เบรคก่อนได้ หรือ ถ้าเป็นครอบครัว ก็จะหาอะไรมาแกล้ม ก็สะดวกครับ ข้อดีอีกเรื่องก็คือ ถ้าบ้านมีเด็กๆ จะดูกี่รอบก็ได้ ถึงแม้ผู้ใหญ่แบบเรา ผมเองบางเรื่อง ก็แล้วดูอีกครับ

ข้อเสีย อาจจะดูหนังช้ากว่าเพื่อนหน่อย เพราะรอแผ่นออก หรือไฟล์ออก แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เพราะบางเรื่อง มาก่อนเข้าโรงในประเทศก็เคยมี หรือ ในโรงไม่มีให้ดูก็มีครับ

 

CinemaathomeSystem

 

เดี๋ยวนี้ (ปี 2017) ไฟล์ภาพยนตร์หาได้่ง่ายๆ พอๆกับร้านการแฟในบ้านเรา อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ ก็ถูกลง จนคนขายโปรเจคเตอร์เอง ยังแทบจะไม่มีกำไร อาศัยใจรักครับ 🙂

1. เครืองฉายภาพ (Projector) แล้วจะเลือก โปรเจคเตอร์อย่างไรดี?  ปัจจุบัน ถ้ามีงบประมาณ เครื่องฉายระดับ HD 1920 x 1080 จุดภาพ ราคาในตลาดก็ไม่แพง แถวๆ 40,000 +/- ก็สามารถซื้อเครื่องฉายระดับ HD ได้แล้วครับ ส่วนจะเลือกเป็น DLP  , LCD หรือจะเป็น LCOS ก็สุดแท้แต่ ข้อดีข้อเสีย ศึกษารายละเอียดดูครับ ชอบแบบไหน ก็เลือกแบบนั้น แต่ถ้าจำกัดงบประมาณ เครื่องฉายระดับ WXGA  1280 x 800 จุดภาพก็ละเอียดพอใช้ได้ ในขนาดจอกว้าง 2 เมตร ระยะดูอย่างน้อยสัก 3 เมตร ครับ

1188

ความสว่างก็เป็นอีกตัวนึง ที่ควรพิจราณา ขนาดห้องประมาณ 3-6 เมตร จอขนาดโดยประมาณ 2- 3 เมตร ความสว่างประมาณ 1,500 – 3,000 ANSI Lumens ก็เหมาะสมครับ (สมัยนี้ เริ่มมีความสว่างแบบ ISO Lumen สำหรับผมไม่ขอเอ่ยนะครับ)

ความเปรียบต่าง (Contrast Ratio) จริงๆสำหรับผมเองไม่ค่อยซีเรียส แต่สำหรับบางคนที่ชอบดูหนังแบบจริงจัง ฉากนี้ข้างฝาจะเห็นรอยแตก เสามุมนี้เห็นเสี้ยนไม้เลย ก็จะเน้นเรื่อง คอนทราสหน่อย 50,000 :1 หรือ 100,000 :1  ก็เริ่มจะห็นความแตกต่าง สำหรับผม จะเน้นเรื่องราวในภาพยนตร์มากกว่า ครับ 🙂 ที่เหลือก็เป็นส่วนประกอบ ที่ทำให้ภาพสวยขึ้นครับ

2. เครื่องเล่น (source) ถ้าสะดวกๆ ไม่เก่งเรื่องไฟล์ภาพจากคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่น Blu-ray สักตัวก็สะดวกครับ เพราะเครื่องเล่น Blu-ray สมัยนี้ เล่นได้แผ่นสารพัด แถมเล่นไฟล์จาก flash drive หรือ Hard-disk ได้โดยผ่าน ขั้วต่อ USB ของเครื่องเล่นได้เลย  แม้กระทั่งพ่วงต่อสาย Lan รับสัญญาณโดยตรง จาก Youtube หรือ อะไรๆอีกหลายอย่างได้เลย

PanasonicBluray
ภาพตัวอย่าง เครื่องเล่น Blu ray ของ Panasonic รองรับสัญญาณ 4K และเล่นไฟล์ต่างๆได้สารพัด 

3. ระบบเสียง ในตลาดก็มีให้เลือกมากมาย ถ้าไม่จริงจังอะไร เครืองขยายเสียง พร้อมลำโพงในตัว ผมก็เคยเจอนะครับ บางท่านซื้อ โปรเจคเตอร์ จากผมตัวเดียวจริงๆ ใช้เครื่องเสียงแบบตัวเดียว แต่ถ้ามีงบประมาณ จะได้อรรถรสมากขึ้น แนะนำระบบเสียง แบบ 5.1 คือ มีลำโพงหลักๆ 5 ตัว ซ้าย ขวา เซนเตอร์  เซอร์ราวหลังซ้าย-ขวา กับ จุด 1 ก็คือ ลำโพงเสียงต่ำ (Subwoofer) เพราะปัจจุบัน แผ่น Blu-ray หรือ ไฟล์ภาพยนตร์จำนวนไม่น้อย บันทึกเสียงเป็นระบบ 5.1

 

YamahaAVRwifi

 

ภาพตัวอย่าง AVR จาก Yamaha ปัจจุบัน บางรุ่นสามารถรองรับสัญญาณ wi fi ด้วย

ParadigmCinema100ct

ภาพตัวอย่าง ลำโพง ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ “โรงหนังในบ้้าน” ของ Paradigm จากประเทศแคนาดา

 

บางยี่ห้อ ตัวเดียวครบเครื่อง มีเครื่องเล่น Blu-ray ในตัว แถมด้วยเครื่องขยายเสียง 5.1 มีลำโพงมาให้เสร็จ ก็มี  หรือถ้าจะละเอียดขึ้นมาอีกหน่อย ก็คือใช้ เครื่องขยายเสียงที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ หรือที่นักเล่นเรียก AVR หรือ AV receiver (Audio Video Receiver) แล้วก็เลือกลำโพงที่เราชอบ

4. จอ (Projection Screen) ถ้าไม่ติดขัดเรื่องตำแหน่ง ที่ติดตั้ง ผมยังชอบการชมบนจอ แบบขึงบนกรอบ (Fix Frame) ไม่ก็กำแพงบ้านไปเลยครับ เพราะจริงๆแล้ว ปัจจุบันเครื่องฉายมีความสว่างพอที่จะฉายลงบนผนังขาวๆ (ด้านไม่สะท้อนแสง) ได้อย่างสบายๆ ในทัศนะผมนะครับ จอมีส่วนช่วยให้ภาพดีขึ้นบ้าง สำหรับคนที่ดูภาพละเอียดๆ แต่สำหรับผม ผมชอบดูเรื่องในภาพยนตร์ แทบจะมองข้ามจุดนี้ไปได้เลยครับ ผมชอบเปรียบเทียบ เหมือนคนอ่านนิยาย ในหนังสือ กระดาษขาว หรือขาวหม่น ขาวเก่า ก็ไม่ได้ทำให้เรื่องราวบนจอ น่าติดตามต่างกันมากครับ

2014-08 Anleitung Decoframe.indd

ตัวอย่าง Fix Frame Projection Screen ของ Stumpfl ออสเตรีย ที่เราเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ครับ

WallScreem

จอจากผนังวอลเปเปอร์ สีขาวหม่นๆ  จากห้องบันใด  ขนาดภาพกว้าง 3 เมตร เหมาะกับบ้านที่มีห้องพักบันใด 300 x 550 ซม. ประหยัดค่าจอไปมากมายเลยครับ 🙂

ไว้เป็นข้อมูลเบื้องต้น สำหรับผุูที่ได้อยู่ในวงการ ภาพและเสียง หรือไม่คุ้นเคย เพราะจริงๆแล้ว “โรงหนังในบ้าน” ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมายครับ หากยังมีคำถามในใจ ด้วยความยินดีครับ 🙂

panomlogoLineLogo 086 095 9000  ลุงตุ๊ ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *