LCD VS DLP

มิถุนายน 23, 2016

LCD กับ DLP ใครจะดีกว่ากัน?
(บทความนี้ หมายถึงการเปรียบ ระหว่าง LCD x3 เทียบกับ DLP แผ่นเดียว)

มีคำถามกันมามาก ในช่วงนี้ โดยเฉพาะตลาดโฮมเธียเตอร์ ว่า LCD กับ DLP โปรเจคเตอร์ อะไรจะดีกว่ากัน เราๆท่านๆคงจะทราบกันดี อยู่แล้วน๊ะครับว่า LCD คืออะไร DLP คืออะไร ถ้ายังไม่ทราบ หาอ่านในเวปนี้ก็ได้ครับ

ถ้าถามในแง่เทคโนโลยี DLP เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า LCD เรียกได้ว่า ฮือฮาพอสมควร ตอนช่วงเปิดตัวแรกๆ บางบริษัท ใจปล้ำ ให้การรับประกัน ตัวชิพกำเนิดภาพ (DMD)ถึง 5 ปี แต่พักหลังดูจะแผ่วๆไปหน่อย เพราะเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา (2012) พบว่า DMD chip ชำรุดจากโรงงานจำนวนไม่ใช่น้อย บางบริษัทก็รับเคลม บางบริษัท ก็ไม่รับเคลม

Colorwheel

                 

ภาพแสดงการทำงานของวงล้อสี บนระบบ DLP แบบ ใช้ DMD ชิพเดียว
ภาพจาก (http://en.wikipedia.org/wiki/Digital_Light_Processing)

ในแง่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ DLP ก็ค่อนข้างได้เปรียบ เพราะแหล่งกำเนิด อยู่ทีู่่อเมริกา เป็นลิขสิทธ์แต่เพียง ผู้เดียวของ Texas Instruments  ท่านที่เป็นนักอิเล็คทรอนิคส์ คงทราบดีอยู่แล้วว่า หมอนี่ทำอะไรต้องเยี่ยม ก็เยี่ยมสมชื่อครับ ยิ่งมาในช่วงปี 2000 นี้ ค่ายญี่ปุ่นที่ผลิต LCD projector เริ่มหันมาใช้ ระบบ DLP โดยเอา DMD จากเทกซัสมาใช้มากขึ้น เพราะทนแรงกดดันทาง การตลาดไม่ไหว เพราะกระแสผู้บริโภคมองว่า DLP เป็นระบบ ดิจิตอล ซึ่งน่าจะดีกว่า

ครับถึงตรงนี้ ขอกลับไปเรื่องดิจิตอลนิดนึง พูดแล้วอดไม่ได้ เพราะมีใครหลายคน ยังติดกับคำว่าดิจิตอล แม้แต่ภรรยาผมเองจะซื้อหม้อหุงข้าว ยังบอกว่ามันดีน๊ะเป็นระบบดิจิตอล เอ้า…โอ้โหมันมีอิทธิพลรามมาจนถึงในบ้านเราแล้วน๊ะเนี่ย ไอ้ ดิจิตอลเนี่ย ครับนี่แหละกระแสของแรงโฆษณา ทางสื่อต่างๆ ซึ่งรวมไปถึง คอมพิวเตอร์ด้วย เพราะบางคน ต้องกู้หนี้ยืมสิน ซื้อคอมพิวเตอร์ รุ่นล่าสุดให้ลูก เพราะว่าลูกเรียนคอมพิวเตอร์ เดี๋ยวไม่ทันเพื่อน ที่ไหนได้ลูกเอาคอมพิวเตอร์ ไว้เล่นเกมส์ กะนั่งแชทกับเพื่อน ใช้ความเป็นคอมพิวเตอร์ เพียงแค่แป้นพิมพ์ดีด ดังนั้นขออย่าได้หลงประเด็น

ครับ ดิจิตอลก็เช่นกัน เป็นเพียงกระบวนการทำงานแบบหนึ่ง เท่านั้น บางเรื่องแบบเดิมๆดีกว่าเป็นหลายเท่า วันก่อนมีเจ้าหน้าที่ หน่วยงานนึง คุยกันเรื่องกล้องดิจิตอล เค้าถามว่ากล้องที่เราขาย มีดิจิตอลซูมกี่เท่า ผมก็บอกไปตรงๆว่า 4 เท่าครับ เค้าตอบว่าน้อยจัง ผมก็เลยถือโอกาสอธิบายซะเลยว่า ไอ้ดิจิตอลซูมเนี่ยไม่ต้องไปดูหร็อกครับ เพราะการซูมด้วยดิจิตอล ก็คือการขยายภาพทางอิเล็คทรอนิคส์ ยิ่งขยาย ก็จะยิ่งเห็นเม็ดสกรีน หรือ pixel ของภาพ อยากได้ 800 เท่าก็ได้ คุณพี่เอาไปใส่คอมแล้วก็ซูมเอาตามชอบใจ แต่ผลที่ได้ก็คือรายละเอียดที่แท้จริงเท่าเดิม ออฟติคอลซูม หรือการซูมด้วยเลนส์เนี่ย ยิ่งมากยิ่งดี ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ ความต้องการของเราด้วยครับ

DLP
ภาพการทำงานของ ระบบ DLP ที่ใช้ตัวสร้างภาพ(DMD)แบบ ชิพเดียว

..ขออภัยออกนอกเรื่องไปอีกหน่อย กลับไปเรื่อง DLP ต่อ ดังนั้นพอ Digital light Processing หรือระบบ DLP เข้ามา ผู้บริโภคก็ มองว่า DLP เป็นดิจิตอล ต้องใหม่กว่าดีกว่า อีกจุดนึงที่คนยอมรับมากที่สุด เพราะว่า DLP กำเนิดถิ่นเดียวกับ ฮอลี่วู้ด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการทดสอบ ภาพยนตร์ เรื่องดังๆก็เป็นการโฆษณา DLP ไปในตัว ซึ่งจริงๆแล้ว DLP ที่ใช้ ในโรงภาพยนตร์ เป็น DLP ที่ใช้ ชิพ DMD X 3 (สามแผ่น) แบบเดียวกับ LCD นั่นแหละครับ ดังนั้น ถ้าเจอใครบอกว่าเป็น เครื่องฉายระบบเดียวกับโรงภาพดิจิตอล อย่าไปเชื่อเขาหมด เพราะที่ขายกันอยู่ทุกวัน ในตลาดบ้านและสำนักงานเนี่ย ใช้ DLP แบบ DMD แผ่นเดียวทั้งนั้นแหละครับ

ถึงตรงนี้ ผู้อา่นอาจจะถามในใจว่า เอ๊ะ…แล้วพี่เชียร์ค่ายไหนกันแน่เนี่ย ในฐานะผู้บริโภคคนนึง ผมเองเชียร์ทั้งคู่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันทางเทคโนโลยี และจะได้ไม่เกิดการผูกขาดทางราคา

ข้อดี ของ DLP ที่เห็นชัดๆของ โปรเจคเตอร์แบบ DLP ก็คือ เม็ดสกรีน หรือรอยต่อของจุดภาพ Pixel ชิดกว่าของ LCD เนื่องจากกระบวนการทางเทคโนโลยี่ ดังนั้นเมื่อนำมาสร้างภาพ จึงทำให้ภาพเนียนกว่า LCD ในขนาดตัวสร้างภาพขนาดเดียวกัน

แต่ถึงตรงนี้ก็อยากจะเรียนผู้อ่านว่า หาก LCD โปรเจคเตอร์ ที่มีคุณภาพ ในระยะการชม 3 เท่าของเส้นทะแยงมุม(จริงๆ ถ้าสูตรผมเอง จะใช้ ประมาณ 2 – 2.5 เท่าของ ความกว้างของจอ) ก็ไม่สามารถเห็นขอบของจุดภาพได้ชัด เพราะหากเข้าไปมองใกล้ๆ ก็จะเห็นจุดภาพ ซึ่งความเป็นจริง เราๆท่านๆคงไม่มีใคร ไปยืนดูหนังอยู่ชิดจอ เพราะแม้กระทั่งฟิล์มเอง เมื่อไปดูใกล้ถึงไม่เห็นจุดภาพ ก็เริ่มเห็นความแตก ของเกรนฟิล์ม

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอบอกว่า ยังมีกระบวนการทาง Optical อีกมากมาย กว่าจะฉายออกมาเป็นภาพบนจอ หลอดฉาย, เลนส์เกลี่ยแสง, ฟิลเตอร์สีสำหรับ LCD และวงล้อสีสำหรับ DLP คุณภาพของตัวสร้างภาพ LCD ในแต่ละค่าย ซึ่งรวมไปถึงขนาด ของชิฟ LCD และ ขนาดของ DMD ในระบบ DLP ล้วนมีส่วน ทำให้ DLP หรือ LCD มีคุณภาพต่างกัน

ยกตัวอย่างเช่น DMD ขนาด 0.7 นิ้ว ก็ต้องเทียบกับ LCD 0.7 และรายละเอียดจุดภาพ ถ้า SVGA ก็ต้องเทียบกับ SVGA เอา SVGA ไปเทียบกับ XGA หรือ WSVGA (wide SVGA) ไม่ได้ ก็เหมือนเปรียบมวยคนละรุ่น

LCD บางค่าย อาจจะดูด้อยกว่าบางค่ายก็ได้ แต่ในเรื่อง ของความเนียน ถึงแม้ว่าเป็น LCD ด้วยกันก็ตาม เพราะ LCD ทำจากหลายโรงงาน ส่วนของภาพ DMD ของแต่ละค่ายของโปรเจคเตอร์ DLP ถ้ามีขนาด DMD เท่ากันหรือรายละเอียดจุดภาพเท่ากัน ความเนียนย่อมใกล้เคียงกัน เพราะว่ามาจากโรงงานเดียวกันหมด ในเรื่องความเนียนน๊ะครับ เรื่องอื่นไม่เกี่ยว

ข้อดี ของ DLP Contrast Ratio สูงกว่า LCD มาก แต่ข้อนี้ ผมให้คะแนนเท่ากัน ฟังดูเหมือน เอ๊ะ..งี้พี่ก็เชียร์ LCD ซิ เปล่าครับ ที่ต้องบอกแบบนี้ เพราะ เมื่อเอา DMD หรือ แผ่น LCD มาทำโปรเจคเตอร์ ยังมีส่วนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมาก เพราะผมเคยดู DLP Contrast Ratio 2000 :1ยี่ห้อนึง เทียบกับ LCD 600:1 นอกจากจะดูไม่ออกแล้ว การไล่โทนสีเทา โดยเฉพาะภาพท้องฟ้า พบบ่อยๆกับ DLP ที่เหมือนภาพโอเว่อร์ ซึ่งข้อนี้ ผมว่าค่าย LCD กลับดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ในสีดำ โดยเฉพาะขอบภาพ ในกรณีที่เราฉายภาพยนตร์ แบบสโคป 21:9 ( 2.35 :1) ส่วนที่มืดสนิท ของ DLP จะมืดกว่าจนแทบมองไม่เห็น ในขณะที่ LCD จะมีสีขาวเรื่อๆ ปรากฏอยู่

ข้อนี้ ต้องตอบว่า DMD ให้ Contrast สูงกว่า LCD มาก ซึ่งหมายถึงตัวชิพกำเนิดภาพ ความเป็นจริง เมื่อแต่ละบริษัท นำมาทำโปรเจคเตอร์ ก็ต้องดูเปรียบเทียบ (ซึ่งจะทำยากหน่อย เพราะคนขายมักไม่ค่อยยอม เอามาเทียบกัน ผมเองก็ไม่กล้าทำ มันผิดมารยาทน่ะครับ ) ข้อนี้โดยสรุป อยากให้ดูจากของจริง เพราะ DLP แต่ละยี่ห้อ ก็เกทับกัน อยู่ไม่น้อย

ข้อดี ของ DLP 1 DMD ในระดับใช้ในบ้าน หรือการนำเสนอทั่วๆไป ที่เราๆท่านๆเห็นกันอยู่น๊ะครับ ไม่รวมถึง DLP 3 DMD โปรเจคเตอร์ DLP 1 DMD ในระดับนี้ จะมีตัวเครื่องเล็กกว่า LCD เพราะกระบวนการสร้างภาพ แบบ Single DMD กินเนื้อที่น้อยกว่า LCD ซึ่งใช้ระบบ 3 LCD

ที่นี้ลองมาดูข้อดีของ ฝั่ง LCD บ้าง

ข้อดี ของ LCD ที่เห็นได้ชัดก็คือ ในระดับโปรเจคเตอร์ขนาดเล็กถึงกลางๆ ที่ราคาใกล้เคียงกัน LCD โปรเจคเตอร์ ใช้ชิพกำเนิดภาพ 3 LCD จึงทำให้สีสัน อิ่มตัวสดใสกว่า DLP เพราะ DLP โปรเจคเตอร์ระดับนี้ ใช้ Single DMD ทั้งหมด จึงทำให้ความอิ่มตัวของสี ด้อยกว่า แต่ในอนาคต หาก DLP พัฒนา Color wheel หรือสามารถ ทำ DLP ระดับ 3 DMD ในราคาใกล้เคียงกับ LCD 3 ชิพเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้น เราผู้บริโภค คงได้เห็นอะไรดีๆมากกว่านี้ ข้อนี้เมื่อฉายเทียบกันจริงๆ ถึงจะเห็นว่า DLP ด้อยกว่ามาก โดยเฉพาะสีเหลือง ในระบบ DLP ปัจจุบัน (กลางปี 2003 แล้ว) ยังไม่สามารถให้สีเหลืองได้ ถูกต้อง

LCD

ภาพจาก http://en.wikipedia.org/wiki/3LCD แสดงการทำงานของ เครื่องฉาย  3xLCD

โดยสรุปข้อนี้ ณ กลางปี 2003 ผมยังให้คะแนนสีสัน คะแนนสีสวย LCD มากกว่าครับ
(ปัจจุบัน 2014 หากใครชอบสีสดใส โดยเฉพาะดูหนังการ์ตูน LCD สีจะสวยกว่าเยอะครับ)

ส่วนเรื่องปัญหา สีรุ้ง ของระบบ DLP หรือที่ฝรั่งเค้าเรียก Rainbow effect ข้อนี้ สำหรับบางคนไม่เป็นปัญหา เพราะส่วนมากคนที่มองเห็นก็จะเห็นตลอด ข้อนี้เกิดจากกระบวนการ สร้างภาพของ DLP จะทำให้เกิดประกายสีรุ้ง เป็นช่วงๆ เมื่อกระจกจิ๋วๆพลิกตัว แสงไปตัดผ่าน Color wheel อะไรทำนองนั้น มีบางค่ายก็แจ้งมาว่าสามารถปรับปรุงเรื่อง ความเร็วของ Color wheel

สรุปโดยรวม DLP และ LCD มีทั้งข้อดี และข้อเสีย พอๆกัน ถ้ามองแค่ตัวกำเนิดภาพ DMD กับ ตัวกำเนิดภาพ LCD ในระบบ DLP อาจจะได้เปรียบอยู่บ้าง ในเรื่องความเนียน ในขณะที่ LCD ก็จะได้เปรียบเรื่องสีสวย แต่หากพิจารณา เมื่อนำมาประกอบเป็นโปรเจคเตอร์แล้ว ก็่ใช่ว่า LCD projectors หรือ DLP projectors ทุกยี่ห้อจะดีเหมือนกันหมด ต้องดูเป็นตัวๆไป และอีกประการหนึ่ง อยากให้ดูบริษัท ผู้จัดจำหน่าย ราคาหลอดฉาย และการรับประกัน

แถมท้ายอีกนิด จะได้ไม่ตกข่าว จริงๆแล้ว โปรเจคเตอร์ ไม่ได้มีแค่ LCD กับ DLP โปรเจคเตอร์ ปัจจุบัน(2014) บริษัท ยักษ์ใหญ่อย่าง Sony ในญี่ปุ่น กำลังพัฒนากระบวนการ LCOS โดยเอาจุดแข็ง ของทั้ง LCD และ DLP มาผนวกกัน โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า SXRD มาจากคำว่า Silicon Xtal Reflective Display และวางแผนว่า จะเริ่มผลิตชิพพันธ์ใหม่นี้ ภายในปี 2003 นี้ เช่นเดียวกับ JVC ที่พัฒนา LCOS โดยใช้ชื่อทางการค้า ว่า D-ILA ส่วนค่ายนี้ ทำมานานแล้ว แต่ราคาสูงมาก ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่า ญี่ปุ่น ไม่อยากซื้อ DMD จากอเมริกาที่ผูกขาดตลาดก็ได้ (อันนี้ผมเดาเอาน๊ะ) เลยพัฒนา LCOS กันหนาตาขึ้น เอ้า..ในนามของคนเอเซียด้วยกัน ผมก็เชียร์อยู่ครับ

สำหรับบ้านเรา ไม่ต้องรอน๊ะครับ เดี๋ยวไม่ได้ ใช้โปรเจคเตอร์ดูหนังกันซะที ผมว่าปี 2014 เนี่ย โปรเจคเตอร์ถูกลงมาก แม้แต่คนขายเองก็ยอมรับว่า กำไรน้อยลงไปทุกที จะไปหากินอย่างอื่นก็ไม่ถนัด ชอบค่ายไหน ก็ลองดูน๊ะครับ ถ้าชอบดูหนังจาก DVD หรือ Blu ray ไปหาโปรเจคเตอร์ 16:9 แท้ๆน๊ะครับ DLP หรือ LCD ก็ได้ เวลาดู DVD มันอิ่มตาดีจริงๆ ไม่ต้องระแวง รอยขาวๆเรื่อๆ บนจอ ผมก็เพิ่งปลดเอา โปรเจคเตอร์ 4:3 ตัวเก่าออก ติดโปรเจคเตอร์ 16:9 ตัวใหม่ไปแทน ดูภาพยนตร์ Blu ray ได้อารมณ์ขึ้นอีกเยอะ ขอบอกครับ 🙂

 DMD4KChip    


ภาพ DMD รายละเอียอดระดับ 4K หรือ 4000 จุดภาพ
(ภาพจาก http://www.dlp.com/cinema/dlp-enhanced-4k/default.aspx)

 


พนม / สิงหาคม 2002 © copyright by AVmaster.com
(Feb2014ปรับปรุงบางตอนให้เข้ากับยุคสมัย)