PROJECTION SCREEN

มิถุนายน 25, 2016

PROJECTION SCREEN
(จอรับภาพ ภาค 1 สำหรับมือใหม่หัดฉาย :))

พักหลังมีคนถามเรื่องจอ (Projection Screen) กันมาก โดยเฉพาะจอฉายในบ้าน ก็เลยลองรวบรวมมา จริงๆแล้วก็ดีใจ ที่คนเริ่มรู้จัก Home Cinema มากขึ้น พูดตรงๆก็คือ อย่างน้อยๆ เราประกอบอาชีพตรงนี้ ก็พลอยมีอันจะรับประทานไปด้วย ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะสูง แต่มองในแง่ผู้บริโภค ก็ถือว่าได้ประโยชน์ เพราะมีทางเลือกเยอะแยะมากมาย อดนอกเรื่องไม่ค่อยได้ ตามสไตล์ตาแก่ขี้บ่น (วลีนี้ได้มาจากเจ้านายเก่าผมคนนึง ในแวด-วง คนพรีเซนเตชั่น) ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขออารัมภบท ให้กว้างๆเผื่อจะได้เป็นประโยชน์ สำหรับผู้เริ่มต้น จอฉาย (Projection Screen) เนี่ย ถ้าแบ่งตามลักษณะการฉาย เราจะแบ่งออกเป็น 3 แบบกว้างๆ ก็คือ

1.จอฉายหน้า (Front Projection Screen) ก็หมายถึงเอาเครืองฉายมาฉายด้านหน้าจอ ทางเดียวกับคนดู แบบโรงภาพยนตร์ทั่วๆไป หรือตามห้องประชุม ที่แขวนโปรเจคเตอร์ ไว้บนเพดาน ฉายข้าม ศีรษะเราไป หรือตั้งหน้าห้องฉายตรงเข้าจอ

2.จอฉายหลัง (Rear Projection Screen) ก็หมายถึงเอาเครื่องฉายฉายทะลุจอออกมา แล้วให้คนดู ดูด้านตรงข้าม

3.จอฉายสองด้าน (Dual Surface Projection Screen) จอแบบนี้ ฉายด้านไหนก็ได้ แต่ดูได้ทั้งสองด้าน บางคนเรียกจอกระเทย ไปโน่นเลย (ฮ่า) เหมาะสำหรับงานนำเสนอ หรือประกอบการประชุม ห้องใหญ่ๆมากกว่า จุดประสงค์ เพื่อให้ผู้ชม ได้ชมภาพได้ทั้งห้อง ถ้าเอาจอไว้กลางห้อง ใครจะเอาไปใช้ในบ้านก็ไม่มีใครว่า ฉายห้องนั่งเล่นทะลุไปดูห้องนอนด้วยก็ได้ เนื้อจอมักจะใช้สีขาวด้าน (Matt white) ธรรมดา ไม่มีการเคลือบสีเทา หรือสีดำด้านหลัง

จอฉายด้านหน้า เนื้อจอ ที่นิยมกันมากที่สุดก็คือสีขาวด้าน (Matt white) เหตุผลที่ใช้สีขาวด้าน ก็คือสีขาว ไม่ทำให้สีของภาพที่ฉายลงบนจอเปลี่ยนไป แล้วที่ด้าน(Matt) ไม่มันๆ (Glossy) ก็เพราะว่าไม่ต้องการให้เกิดการสะท้อนกลับนั่นเอง

ScreenSample

บ้านนี้ใช้จอ Matt white ฉายด้านหน้า แบบมอเตอร์ไฟฟ้า ฝังไว้หลัง กรอบไม้ สังเกตได้ว่า จะติดตำแหน่งจอ ไว้ไม่ให้สูงมาก เอาคิ้วไม้ เกลี่ยแสง บนเพดาน เป็นตัวกำหนดจอให้ต่ำลงโดยไม่หน้าเกลียด ทำให้มุมมองอยู่ระดับสายตา ไม่ต้องแหงนมาก โดยเฉพาะที่นั่งเป็นแบบโซฟา เป็นอีกไอเดียหนึ่ง (จากหนังสือ Home Theater Design โดย Krissy Rushing)

ช่วงประมาณ 20 ปี ที่แล้ว หรือมากกว่านั้น (ถอยไปซะไกลเลยนิ 🙂 ในงานนำเสนอทั่วไป เริ่มเห็นจอเนื้อเงิน (Silver)กันมากขึ้น เพราะผู้ผลิต บอกว่าสามารถช่วยให้เครื่องฉาย ฉายในห้องที่มีแสงรบกวนได้ ซึ่งสมัยก่อน ใช้กับ CRT Projector ที่มีความสว่างน้อยๆ ซึ่งจริงๆมันช่วยเรื่อง Contrast ของภาพให้ดีขึ้นด้วย ยกระดับความขาวของภาพ และเพิ่มระดับความดำให้ดำขึ้นด้วย สรุปก็คือ ในช่วงนั้น จอเงิน ขายดี โดยเฉพาะตลาด ห้องประชุม ศูนย์ฝึกอบรม โรงเรียน เพราะการนำเสนอทั้งหมด เป็นกิจกรรมกลางวัน ซึ่งมีแสงรบกวนมาก

ส่วนในบ้านก็มีใช้อยู่บ้างแต่ไม่แพร่หลายพูดถึงเรื่องจอเงิน มีเรื่องเล่า ตั้งแต่สมัยเด็กๆ โรงหนังแถวบ้านเรา หลังคายังเป็นสังกะสี เก้าอี้นั่ง เท่มาก เอาแถวหน้าขาสั้นที่สุด แล้วขาเก้าอี้จะสูงขึ้นเรื่อยๆ แบบว่าไม่ต้องยกพื้น ยกขาเก้าอี้แทน เราเป็นเด็กๆ ก็ลำบากหน่อย เพราะถ้าอยากนั่งแถวหลังๆ ต้องปีนกันน่าดู เท่านั้นยังไม่พอ ความสูงเก้าอี้ แต่ละแถว ก็ไม่ต่างกันมาก เบื่อที่สุดเวลานั่งหลังผู้ใหญ่ตัวโตๆ เพราะพี่แกจะบังไปครึ่งจอ เรื่องอ่าน Sub-Title ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ เพราะหนังเขาพากย์สดๆ เวลาเราเลือกที่นั่งก็มักจะเลือก เก้าอี้แถวกลางๆ ที่พอจะปีนได้ แล้วเลือก ที่นั่งชิดกำแพงโรง เพราะเวลาดับไฟ เราก็แอบไปนั่งบนพนักเก้าอี้ ซบกับกำแพงจะได้ดูหนังได้ทั่วจอ ไม่ต้องกลัวใครมาบัง แล้วก็ไม่โดนหนังสติ๊กยิงหู เพราะเราไม่บังเขา แต่ก็อดดูหนังตรงกลางโรง

เล่ามาซะยาวจะบอกว่าวันนึง เจ้าของโรงเกิดคึกอะไรมาก็ไม่รู้ เอาสีเงินไปทาสีจอ เดิมก็จอขาวๆ เข้าใจว่าจอมันเก่าหรืออะไรสักอย่าง แล้วสีที่ทามันก็ไม่เรียบ คนพากย์หนัง เรื่องนึง (ไม่แน่ใจ ว่ามากับสายหนังหรือเปล่า) วิจารณ์ออกเครื่องขยายเสียง เพราะคงทนไม่ไหว เรื่องคุณภาพของภาพ ว่า “อาจจะเป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการ ของเจ้าของโรงที่ใช้สีเงินทาจอ ทำให้ภาพออกมาไม่ชัดเจน ซ้ำยังเป็นรอยด่าง ทำให้เสียอรรถรส ในการชมภาพยนตร์อย่างยิ่ง” ไม่รู้ว่าตอนนั้น เจ้าของโรงฟังอยู่ด้วยหรือเปล่า แต่แน่ๆเราก็ดูหนังไปจนจบ เพราะเสียตังค์มาแล้ว ฮ่า ตอนคนพากย์ไม่บอก ก็ไม่ได้สังเกต แต่พอจะเห็นเหมือนกัน ว่าจอทำไมมันด่างๆ พอคนพากย์บอก เรายิ่งสังเกตใหญ่เลย เลยดูหนังไม่มันเลย เหมือนคนที่คอยสังเกต Rainbow effect ใน DLP Projector บางคนยังไม่ทันเห็นซะหน่อย ก็พลอย เออ ออไปด้วย ประมาณนั้น ฮ่า

Screenซึ่งในกรณีนี้ ไม่แน่ใจว่าเจ้าของโรงอาจจะได้กระแสเรื่องจอเงิน ที่เริ่มโปรโมทหรือเปล่า แต่จอเงินที่เขาผลิต มันจะเนียนมาก มีร่องเล็กๆเพื่อให้เนื้อจอด้าน(Matt)ขึ้น บางยี่ห้อเรียกจอชนิดนี้ว่า Silver lenticular สมัยก่อน ตอนออกใหม่ราคาคงแพง ซึ่งปัจจุบัน ไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว มุมมองจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 45 องศา จริงๆ ถ้าจะว่ากันไปแล้ว ก็คล้ายๆกับจอ High Contrast สีเทาๆ ที่เราฮิตๆกันอยู่ตอนนี้
ซึ่งในปัจจุบัน (2016) เนื้อเงิน (Silver) ที่ใช้กับ ภาพยนตร์ 3D เป็นส่วนใหญ่ ที่ทำให้ภาพมีมิติ มากขึ้นครับ

อีกตัวหนึ่งที่นิยมมากก็คือ เนื้อทรายแก้ว (Glass Beaded )ไม่แน่ใจว่า อันไหนมาก่อนกัน แต่เนื้อจอจากตัวทรายแก้ว คล้ายๆกระดาษทราย ใช้พื้นเป็นสีขาวแล้วพ่นด้วยเม็ดทรายแก้ว ละเอียดๆ ราคาสูงกว่าเนื้อเงิน มักจะพบเห็นตามโรงหนังในบ้าน เป็นส่วนใหญ่ เพราะมีบางช่วง บริษัท ผู้นำเข้าโปรเจคเตอร์ เอามาจำหน่ายควบ เลยมักพบเห็นได้บ่อยขึ้น ปัจจุบันก็ยังมีผู้ผลิตหลายบริษัท ยังผลิตอยู่ เกน(Gain) อยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5 เท่า จริงๆเนื้อนี้ มุมมองใกล้เคียง กับเนื้อเงิน ประมาณ 30 -45 องศา เหมาะสำหรับ Projector ที่มีกำลังส่องสว่างน้อยๆ เพราะจะช่วยเรื่องอัตราการขยายแสง (Gain) ได้ดีมาก สำหรับคนที่ชอบเรื่องความสว่าง แบบสุกๆ จะเปรียบเหมือนจันทร์วันเพ็ญ ไม่รู้จะเว่อร์ไปหรือเปล่า เพราะจอตระกูลนี้ พอโดนแสงมันจะผ่องๆ ระยะหลังจะนิยมเป็นเนื้อไข่มุก (Pearl)หรือบางยี่ห้อเรียกว่า High Power ก็มี

ScreenGlassBeadedจอเนื้อทรายแก้ว (Glass beaded) ของ Dalite ที่ให้เกน 2.5 มุมมอง 30 องศา ของจริงจะระยิบระยับ มากว่านี้เยอะครับ แต่จับทีไร ทรายติดมือมาทุกที ฮ่า

แต่อย่างไรก็ตาม ก็เข้าตำรา ได้อย่างเสียอย่าง เพราะจอที่ให้อัตราการขยายแสงสูง ก็จะให้มุมมอง ที่แคบกว่า เช่นจอ เนื้อขาวด้าน (Matt white) มีเกน = 1 คือไม่มีการขยายแสงเลย ฉายไปอย่างไรได้อย่างนั้น ซึ่งจะให้มุมมอง กว้างมากถึง 180 องศายังมี ซึ่งมองข้างๆจอก็ได้ ครับแน่ละ ก็คงไม่มีใคร ไปนั่งดูนั่งริมจอแน่ๆ แต่ที่ได้คือความถูกต้องแม่นยำของแสงสี ฉายมาอย่างไรก็ได้อย่างนั้น

ScreenMotor1ภาพนี้ใช้จอมอเตอร์ไฟฟ้า ซ่อนกล่องไว้ในกรอบไม้ จอที่ม้วนเก็บได้จะมีประโยชน์ตรงที่ ไม่เปื้อนง่าย (ได้จากไฟล์ภาพของ Stewart)High Contrast Grey เนื้อจอสีเทา

ซึ่งปัจจุบัน (2004)กำลังฮิตกันมาก แต่ละยี่ห้อ เรียกชื่อต่างๆกันออกไป แต่โดยรวมก็คือ High Contrast สีเทา เท่าที่เห็นเกนจะต่ำกว่า 1 เพราะนอกจากจะไม่ขยายแสงแล้ว ยังลดลงอีกด้วย เกนจะอยู่ที่ 0.4 – 0.8 ซึ่งส่วนมากจะถูกคอ สำหรับคนที่จริงจังกับภาพ เพราะจะให้สีดำ ได้ดำมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาเราฉายภาพจาก LCD หรือ DLP ที่ Contrast ไม่สูง สีดำจะไม่ดำสนิท จอเทาก็จะช่วยเรื่องสีดำ อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็จะเสียเรื่องสีขาว หรือความสว่างก็ลดลง

ScreenHiGainภาพนี้ได้จากไฟล์ภาพโฆษณาของ Stewart เช่นกัน เป็นรุ่นสีเทา Grayhawk เปรียบเทียบกับจอเนื้อขาว ของเขาเอง ทางด้านขวา ผมคงไม่กล้าวิจารณ์อะไรมาก เอาเป็นว่า เป็นตัวอย่างก็แล้วกันครับ

บางยี่ห้อก็เทาอย่างเดียว บางยี่ห้อเติมสารอะไรบางตัวลงไป ทำให้วาวแสงมากขึ้นด้วย ถ้าถามว่า แล้วของใครดีกว่าใคร ก็ตอบยากเพราะเรื่องภาพ ที่เห็นอยู่ที่ความพอใจ แต่เรื่อง Contrast ถือว่าทำได้ดีกว่า Matt white แน่นอน ตอนนี้มีหลายยี่ห้อ หลายราคาให้เลือก ตามความพอใจจอฉายด้านหน้ายังมีอีกหลายแบบ เรียกตามแบบ ตามวัสดุแล้วแต่จะตั้งชื่อ เนื้อไข่มุก บ้าง เนื้อ High Power บ้าง ไม่เฉพาะแต่เรียบๆธรรมดา เป็นจอโค้งก็มี เพื่อช่วยเรื่อง Gain ให้สูงยิ่งขึ้น

ScreenAluminumCurved

จอผิวอลูมิเนียม ออกเทาๆเงินๆ โค้งทำมุมเพื่อรับแสง จอพวกนี้เกนจะสูงมาก แต่มุมมองจะแคบมาก

ขึ้นอยู่ที่ผู้ผลิตจะทำ โดยจุดประสงค์มารองรับ การฉายในรูปแบบต่าง ๆ และรองรับเครื่องฉายในยุคแรกๆมากกว่า มันจะใช้กับเครื่อง CRT 3 หลอด และการพัฒนาเทคโนโลยีของวัสดุ โดยรวมก็พัฒนาจาก สีจอ มุมมอง และอัตราการขยายแสง (Gain) เป็นหลัก

แบบมีรูพรุ่น  Micro perforate บางค่ายเริ่มเอาแบบมีรู มาใช้ในบ้าน เลียนแบบ ในโรงภาพยนตร์ใหญ่ๆ แต่ทำให้รูห่างกันมากขึ้น และเล็กลง เหมาะสำหรับ คนที่ไม่ชอบโชว์ลำโพง ซ่อนลำโพงไว้หลังจอ ให้ทิศทางเสียงตรงต่ำแหน่งภาพมากขึ้น ไม่แนะนำสำหรับที่ระยะชม น้อยกว่า 4 เมตร

Screen-Micro-perforate

จอเลียนแบบจอภาพยนตร์ แต่รูเล็กกว่า (Micro perforate) ของ Stumpfl มีรูจิ๋ว เพื่อซ่อนลำโพง ไว้ด้านหลัง สำหรับผู้ที่ไม่ชอบโชว์ลำโพง และที่แน่ๆคือได้ ตำแหน่งเสียง ตรงกลางจอดี รูจิ๋วๆนี้ เมื่อฉายภาพแล้วมองไม่เห็นระยะที่นั่งชม

จอฉายหลัง (Rear projection Screen) เนื้อจอส่วนมาก จะเป็นแบบสีเทาขุ่นๆ (translucency) คล้ายๆกระจกฝ้า เหมาะสำหรับ การฉายที่มีแสงรบกวนด้านหน้า หรือควบคุมแสงไม่ค่อยได้ gain จะอยู่ที่ 1.5 ขึ้นไป มุมจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 30 องศา เนื้อมักเป็นเนื้อไวนิล (Vinyl) นุ่มๆ มีทั้งแบบม้วน และแบบขึงบนกรอบ ใครจะซื้อเนื้อไปขึงเอง ก็ไม่มีใครว่า เพราะยับยาก ส่วนมากจะให้วิธี เย็บขอบแล้วติดกระดุมเป๊ก (ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า) กับกรอบจอ บางยี่ห้อใช้แบบเทปตีนตุ๊กแก ยึดขอบก็สะดวกดี ไปอีกแบบ

 

ScreenRear

จอฉายหลังแบบแข็ง ลักษณะคล้ายกับอะคิลิค ที่อัดกรอบพระ เป็นเนื้อขาวขุ่นๆ คล้ายแบบจอไวนิล เป็นวัสดุตัวเดียวกับจอของ โปรเจคชั่นทีวี บางยี่ห้อเคลมเรื่องเกนไว้สูงมาก สูงถึง 20 ยังมี แต่โดยทั่วไป Gain จะอยู่ประมาณ 3 จอฉายหลัง ถ้าคุณภาพไม่ค่อยดี จะมีข้อเสีย เรื่องการเกลี่ยแสง เพราะส่วนมากจะเห็นสว่างเป็นดวง ตรงกลาง แต่ที่คุณภาพดีๆก็มีเยอะน๊ะครับ

ScreenTransparent2

เนื้อจอฉายหลังแบบแข็ง ยี่ห้อ Reversa ในอังกฤษ คุณภาพดีมาก เกลี่ยแสงได้ดี โดยไม่มี แสงเข้มๆเฉพาะตรงกลาง (Hot spot) ตรงกลางจอเลย

เดี๋ยวจะคิดว่าจอฉายด้านหลัง ไม่ดีไปหมด จะว่าไปถ้าเรามีที่ด้านหลังพอ หรือออกแบบให้ลงตัว การติดตั้งโปรเจคเตอร์ ก็ไม่ยุ่งยาก ซ่อนไว้ได้ เป็นอย่างดี แถมให้คุณภาพ ไม่ด้อยไปกว่าจอแบบฉายหน้าเลย จะดีกว่า ด้วยซ้ำไป ถ้าฉายในเวลากลางวัน หรือในห้องที่คุมแสงได้ไม่หมด

Transparent Screen จอฉายด้านหลัง อีกแบบหนึ่ง เป็นกระจกใสๆ (transparent screen) หรือ Hologram Screen สำหรับงานโฆษณา ในที่สว่างๆมากกว่า ไม่เหมาะสำหรับ Home Cinemaจะเน้นเรื่องความสว่าง มากกว่าสีสัน หรือ Contrast ของภาพ

ScreenTransparentTransparent Screen

ข้อจำกัดของการใช้จอฉายด้านหลัง ถึงแม่ว่าโปรเจคเตอร์ บางรุ่นติดตั้งเลนส์มุมกว้าง มาให้แล้วก็ตาม ส่วนมากก็จะอยู่ที่ประมาณระยะฉาย 3 เมตร ถึงจะฉายได้ประมาณ 100 นิ้ว ดังนั้นถ้าเราอยากจะติดตั้งจอฉายด้านหลัง ก็ต้องคำนึงถึงระยะฉายด้านหลังจอด้วย อาจจะช่วยให้สั้นลงด้วยวิธีการใช้สะท้อนกระจก

ScreenReflect

ภาพนี้ เป็นกระจกสะท้อน เพื่อย่นระยะทาง การฉายจากด้านหลัง (ต้องขออภัย เรื่องภาพด้วยครับ เพราะจำไม่ได้ว่าได้มาจากที่ไหนครับ)

ถึงตรงนี้ สำหรับบางท่านที่ไม่คุ้นเคย กับงาน Home cinema ก็ไม่ต้องกังวล ว่าเราจะเลือกแบบไหนดี เพราะตามความจริง คุณภาพที่ได้ ก็ไม่ได้ต่างกัน ราวฟ้ากับดิน เพราะเท่าที่เห็นในตลาด ราคาต่างกันถึง 20 เท่ายังมีเลยครับ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าคุณภาพต่างกัน 20 เท่าซะเมื่อไหร่ เพราะบางทียังมีเรื่องยี่ห้อ เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ไม่น้อย ผมเองก็เจอบ่อยๆที่มีลูกค้าที่ใช้กำแพงบ้านแทนจอ ซึ่งจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่ถามไปถามมา ก็ไม่ใช่ไม่อยากได้จอน๊ะครับ แต่มักจะบอกว่า “พี่ ผมอ่านมากไปหน่อย ยี่ห้อโน้นพูดที ยี่ห้อนั้นพูดที เลยตัดสินใจไม่ได้สักที” แบบนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งน๊ะครับ

Facebook

ลุงตุ๊ / 19 สิงหาคม 2547 © copyright by AVmaster.com
(ข้อมูลอ่านจะเก่าไปหน่อย แต่เห็นว่ายังมีประโยชน์ สำหรับผู้เริ่มต้นครับ มีโอกาสจะปรับปรุงครับ)