PROJECTON SCREEN 2

มิถุนายน 25, 2016

PROJECTION SCREEN 2
(จอรับภาพ ภาค 2 สำหรับมือใหม่หัดฉาย :))

ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้คำติชม ผู้เขียนมา ทั้งทางอีเมล์ก็ดี ทางโทรศัพท์ก็ดี รวมถึงผู้ที่กรุณา อุดหนุน เครื่องฉายจากเรา (อันหลังเนี่ยสำคัญ เปิดฉากก็ขายของซะเลย..ฮ่า) ขณะที่กำลังเขียนเรื่องจอ2 เนี่ย ก็ได้ข่าวว่าโปรเจคเตอร์ตัวใหม่กำลังจะออกอีกแล้ว เริ่มจะตกรุ่นเร็วแบบคอมพิวเตอร์เข้าไปแล้ว สำหรับผู้ที่จดๆจ้องๆ บอกได้เลยว่าไม่ต้องกังวล เพราะถ้ารอรุ่นโน้น รุ่นนี้ ชาตินี้ก็คงไม่ได้ดู จริงๆน๊ะจะบอกให้

เอาเรื่องจอต่อดีกว่าครับ พอเรารู้ถึงเนื้อจอกันพอหอมปากหอมคอแล้ว คำถามที่ถามกันมากที่สุดก็คือ แล้วจะเลือกขนาดไหนดี กี่นิ้ว กี่เมตรดี จอเรานิยมเรียกกันเป็นนิ้ว ทั้งๆที่เวลา หลายๆร้อยนิ้วเนี่ย ก็นึกไม่ออกว่า มันกว้างขนาดไหน

ทีวี 29 นิ้ว 34 นิ้ว จะพอคุ้นเคยว่าขนาดนี้ พอบอก 100 นิ้ว บางทีก็งงๆเหมือนกันว่า แล้วมันโตแค่ไหนเนี่ย ผมเคยมีลูกค้ามาเช่าจอฉายโปรเจคเตอร์ ไปงานประชุม ลูกค้าบอกว่าเอา 200 นิ้วเลยน๊ะ ผมก็ถามกลับไปว่า เวทีใหญ่มากเหรอ ถึงต้องการ 200 นิ้ว เขาก็บอกว่า เอาเหอะ 200 นิ้วนี่แหละใหญ่ดี เราก็คิดว่าเขารู้เรื่องดี ก็ยกจอ 200 นิ้วไปกางให้ พอเรียกมาดูเขาก็บอกว่า โห..ทำไมมันใหญ่จัง เราก็บอกว่าก็มันเส้นทะแยงมุม 200 นิ้ว น่ะครับก็ใหญ่แบบนี้ เขาก็อึ้งไปพักนึง เขาสารภาพว่าไม่คิดว่ามันจะโตขนาดนี้ เส้นทะแยงมุม 200 นิ้วเนี่ย ถ้าอัตราส่วนแบบ 4:3 แบบวิดีโอฟอร์แมทเนี่ย จอจะกว้างประมาณ 4 เมตร สูง 3 เมตร หรือคิดคร่าวๆก็คือเส้นทะแยงมุม 5 เมตรScreen4-3

คงจะทราบว่า พื้นที่สีเหลี่ยมจตุรัสบนด้าน a เมื่อรวมกับ พื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัสบนด้าน b จะเท่ากับ พื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัสบนด้าน c จึงเป็นที่มาของของสูตร

ScreenABCถ้าจอเป็น 16:9 ก็ใช้หลักการเดียวกันครับ โดยเปลี่ยน a เป็น 16 และ  ก็ b เป็น 9 การหาค่า cก็ใช้สูตรเดียวกันครับ ซึ่งเมื่อถอดรูท ออกมา C จะมีค่า = 18.357 ครับ เอาไว้ใช้คำนวณขนาดจอได้ครับ

ซึ่งจริงๆก็ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเส้นทแยงมุมเท่าไหร่ก็ได้ครับ เช่นเราต้องการจอกว้างสัก 2 เมตร ด้านสูงก็เป็นสัดส่วนกันเอง ที่ 1.125 เมตร แต่บางคนก็อยากรู้ว่ามันกว้างกี่นิ้วน๊ะจะได้คุยกับเพื่อนๆถูก ก็ใช้สูตรเรขาคณิตพื้นฐานตามที่บอกได้ครับ

(สำหรับคนที่ไม่ถนัดคณิตศาสตร์ 1 นิ้ว = 2.54 ซม. ครับ)

ที่จริงเรามักจะคุ้นเคยกับ มาตราเมตริก แต่จอส่วนมากมาจากอเมริกา ซึ่งจะใช้ฟุต และนิ้วแบบอังกฤษเป็นหลัก เราเลยได้อิทธิพลมาจากอเมริกา ซึ่งจริงๆแล้วจอ Stumpfl ที่ผมจำหน่ายเนี่ย ก็วัดเป็นเมตร แต่พอบอกลูกค้า ก็อยากให้เราเทียบเป็นนิ้ว ทั้งๆที่นิ้วเนี่ยกะยากกว่าเมตร ที่เราคุ้นเคยอีกต่างหาก บางคนก็บอกว่าจะได้เกทับเพื่อนๆได้ว่า จอเรากี่นิ้วไง อย่างงี้ก็มีด้วยแฮ่ะ

จอในตลาด มีอยู่ 3-4 อัตราส่วน ถ้าเป็นจอแบบติดตามห้องเรียน ส่วนมากจะใช้แบบ 1:1 (1 ต่อ 1) คือกว้าง 1 x สูง 1 เช่นจอ 70 x 70 นิ้ว หรือ 50 x 50 นิ้ว จอรุ่นนี้จะประหยัดราคาถูก เพราะจำนวนที่ใช้สูง ขนาดไม่โตนัก เหมาะกับตามห้องเรียนทั่วๆไป เพราะจุดประสงค์ให้สามารถ ใช้ได้กับ เครื่องฉายแผ่นใส เครื่องฉายสไลด์ 

Screen70in

ดยเฉพาะจอ 70 x 70 นิ้วเนี่ย คนขายบางรายบอกลูกค้าว่าจอ 100 นิ้ว กันดื้อๆ ก็ไม่เถียงว่าเส้นทะแยงมุม 100 นิ้ว (โดยประมาณ) แต่เมื่อเราไปใช้กับ เครื่องโปรเจคเตอร์ ทั่วๆไป ซึ่งอัตราส่วนภาพ 4:3 (4 ต่อ 3) เราจะได้ภาพแค่ 70 x 52.5 นิ้ว โดยประมาณ ดังนั้นจอ 70 x 70 นิ้วเนี่ย เมื่อใช้กับเครื่องฉาย 4:3 จะได้เส้นทะแยงมุมภาพเพียง 87.5 นิ้ว เท่านั้น โดนต้มกันมาเยอะแล้วครับ

เครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ (Overhead projector) กับเครื่องฉายสไลด์รุ่นเก่าๆในห้องเรียนเท่านั้น ที่ฉายภาพออกมาสัดส่วน กว้าง x สูง 1:1 แต่เครื่องฉาย LCD หรือ DLP หรือแม้กระทั้งแบบ CRT 3 หลอด ล้วนแล้วแต่เป็น อัตราส่วน 4:3 ทั้งสิ้น
(* เวลานี้ 2016 มีทั้งอัตราส่วน 4:3 , 16:9 และ 16:10 ในเครื่องฉายทั่วไปครับ)

ดังนั้น เวลาคนขายบอกแถมจอ 100 นิ้ว ให้ถามกลับไปว่า เส้นทะแยงมุม 100 นิ้ว ที่อัตราส่วนเท่าไหร่จ๊ะ 1:1 หรือ 4:3 ที่แรกเราก็ไม่ทราบ เพราะมีลูกค้าบอกเราว่า เขามีจอ 100 นิ้วด้วยน๊ะ ทำไม 100 นิ้วเขา เล็กกว่า 100 นิ้วของเรา ใครน๊ะทำได้ เสียสถาบันหมด

จออัตราส่วน 4:3 ปัจจุบันใช้กันทั่วไป  ซึ่งมีขนาดความกว้าง เป็น 4 ส่วน เมื่อเทียบกันแนวตั้ง 3 ส่วน ซึ่งบางทีบนแผ่น DVD จะเขียนว่า 1.33 : 1 ก็ไม่ผิด เพราะเอา 4 หารด้วย 3 ก็มีค่าเท่ากับ 1.333333 (ไม่รู้จบ) นั่นเอง พยายามค้นอยู่เหมือนกันว่า ฟอร์แมทนี้ หรืออัตราส่วนนี้ ที่มาที่ไปมันมายังไง ก็หาไม่เจอ เอาว่าอัตราส่วนวิดีโอ  เป็น 4:3 ก็แล้วกัน ใครที่นิยมดู เคเบิ้ลทีวี หรือ จานดาวเทียม (ขอบอกว่า จานดาวเทีียมที่รับสัญญาณ ทีวีดิจิตอล เดี๋ยวนี้ ชัดมาก เสียงดีมากจะบอกให้ ช่อง 7 ก็ส่งดิจิตอลแล้วน๊ะ) ถ้าจะเลือกใช้โปรเจคเตอร์ แบบ 4:3 ก็ไม่ผิดกติกาใดๆน๊ะครับ เราเองก็ขายเครื่อง 4:3 สำหรับงานบ้าน ไปพอสมควร และที่ได้เปรียบมากที่สุดก็คือ เครื่องฉาย 4:3 ปัจจุบัน ราคากับความสว่าง มันไม่แพงเลยครับ (อ้าว..ขายเครื่องซะเลย)

ยกตัวอย่าง 1700 ลูเมนส์ ฉายจอขนาด 150 นิ้ว สบายๆเนี่ย แบบ SVGA 800 x 600 จุดภาพ ราคาประมาณ 6 หมื่นต้นๆเองครับ (ข้อมูลปี 2004) ยิ่งประมาณ 1200 ลูเมนส์ ราคาตลาดประมาณ ไม่เกิน 5 หมื่นบาท ซึ่งนับว่าถูกเอาการ

(*ข้อมูลปี 2016 นี้ ใครซื้อราคานี้ บ้าไปเลยครับ ฮ่าๆ)
ScreenAspectCompare

ดังนั้น ช่วงนี้ใครที่ไม่ซีเรียสกับ เครื่อง 16:9 (16 ต่อ 9) ลองหันมามองเครื่อง 4:3 ดูมั่งซิครับ ถูกเหลือเชื่อ เมื่อเทียบราคาค่าหลอดฉายเสื่อม ก็ยังคุ้มกว่าเป็นไหนๆ

จออัตราส่วน 16:9 แบบเดียวกะ จอพลาสม่า (*ตอนนี้ 2016 พลาสม่า หายไปจากตลาดนานแ้วครับ) ที่กำลังฮิตกันตอนนี้ วันก่อนก็มีลูกค้ามาบอกว่า ไม่เอาจอพลาสม่าหร๊อก เห็นทีไรก็ฉายหนังตัวป้อมๆ เพราะว่าที่จริงอัตราส่วนของสัญญาณทีวี มันเป็น 4:3 พอเอาออกจอ พลาสม่าที่เป็น 16:9 มันก็เลยป้อมๆ ซึ่งจริงๆมันไม่ป้อมก็ได้ กว่าจะรู้เรื่องกันเล่นเอาอธิบายซะยืดยาวเลย


Screen4-3on16-9

DVD 4:3 ถ้าต้องการสัดส่วนถูกต้อง เมื่อฉายบนโปรเจคเตอร์ 16:9 ก็จะเหลือขอบดำ อย่างที่เห็น


Screen4-3Exp16-9

ถ้าจะยืดให้เต็มจอภาพที่ได้ก็จะป้อมๆ ผิดส่วนแบบนี้ครับ


Screen16-9 from4-3

ถ้าอยากให้เต็มและถูกส่วน ส่วนบนและล่างของภาพก็จะถูกตัดไป

จริงๆแล้วจออัตราส่วนนี้ มีมานานแล้วครับ เนื่องจากใช้กันเฉพาะกลุ่ม โรงภาพยนตร์ในบ้าน ส่วนมาก บริษัทจอทั่วไปก็ใช้หน้าผ้าจอ จาก 4:3 เอามาทำเป็น 16:9 สังเกตง่ายๆเลยครับ อย่างเช่นจอ 100 นิ้ว จากอัตราส่วน 4:3 พอเอามาทำเป็น 16:9 ก็จะได้จอ 92 นิ้ว, จอ 120 นิ้วแบบ 4:3 เมื่อเอามาทำแบบ 16:9 ก็จะได้ เส้นทะแยงมุม 106 นิ้ว

เพราะยกตัวอย่าง บางทีเราก็เอาจอ 70 x 70 นิ้ว มาใช้กับเครื่อง 16:9 ก็เยอะ เพราะว่า เราต้องการติดจอสูงๆ พอดึงลงมา ส่วนที่เราต้องการชมจะอยู่ระดับสายตาพอดี หรือไม่เงยหน้ามาก ซึ่งบางรายก็เอาสีดำพ่น ส่วนที่เป็นสีขาว ออกไป ก็ทำให้เน้นภาพได้ดีอีกด้วย เราเองก็ทำบ่อยๆ คือเอาจอ 84 นิ้ว ในอัตราส่วน 4:3 มาทำเป็นจอ 16:9 ซึ่งก็จะได้ภาพเส้นทะแยงมุม ประมาณ 77 นิ้ว อะไรเทือกนั้น ซึ่งจริงๆบริษัทจอก็ทำอยู่ เพียงแต่เขาพ่นสีดำมาจากโรงงานเท่านั้นเอง มิได้แตกต่างไปจากเราเลย เพียงแต่เราสต๊อกของ ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง

แล้วจะใช้ขนาดไหนดี ครับให้ใช้สูตรง่ายๆของผมเอง ไม่ใช่ของคุณชายที่ไหน ถ้าชอบดูหนังใก้ล ให้เริ่มจาก 1.5 เท่าของความกว้างของจอ (ของภาพ) ระยะที่คนส่วนมากชอบจะอยู่ประมาณ 2 – 2.5 เท่า ของความกว้างของภาพ มาตรฐาน SMPTE (Society of Motion Picture and Television Engineers) ซึ่งใช้กับโรงภาพยนตร์ โรงใหญ่ กำหนดให้ 30 องศา จากมุมมอง หรือประมาณ 1.8 เท่า ของความกว้างของจอ (ผมประมาณเอง ไม่อยากต้องมาคำนวณ ค่า Tan ซีต้า อะไรพวกนั้น พูดแล้วคิดถึง อาจารย์สอนเรขาคณิต ตอนมัธยม แหมละเอียดจริงน๊ะ)

ScreenSMPTE

หรือใครจะใช้ tan 15 องศา แบบเรขาคณิต สมัยเรียนมัธยมเลยก็ได้ พูดแล้วคิดถึงอาจารย์ สังวาลย์ รัตนจันทร์ (โรงเรียนดอนเมือง “ทหารอากาศบำรุง”) ก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ไว้ ณ ที่นี้ด้วย ถ้าใครถนัดจะคำนวณ ใช้แบบนี้เลยก็ได้ครับ ค่อนข้างละเอียดมากครับ

 ScreenTan15

ส่วนมาตรฐานของ THX ที่เราๆท่านรู้จักดี เรื่องระบบเสียงโรงภาพยนตร์ เขากำหนดไว้ สำหรับโรงหนัง ว่าผู้ชมแถวหลังสุด ต้องมีมุมมองไม่น้อยกว่า 26 องศา และ THX แนะนำให้ใช้ตำ่แหน่งที่ 36 องศา เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้บอกว่า ระยะใกล้สุดกี่องศา

ถ้าเราลองไปคำนวณทางเราขาคณิต สูตร THX ตำแหน่ง 36 องศา จะสัมพันธ์กับระยะนั่งชม ที่ 1.5 เท่า ของความกว้างของจอ ส่วน 26 องศาจะอยู่ที่ประมาณ ไม่เกิน 2.2 เท่าของความกว้างของจอ

ดังนั้น ห้องขนาดลึก 4 เมตร ตัดพนักโซฟา หรือเก้าอี้ออกสัก 25 เซนติเมตร ก็จะเหลือระยะ ตรงตาดู 3.75 เมตร ถ้าเข้าสูตร SMPTE ก็จะได้จอประมาณ 2 เมตร ถ้าเป็นอัตราส่วน 16:9 ก็จะได้ ประมาณ 90 นิ้ว ก็ถือว่าเต็มตากำลังดี ได้อารมณ์ประมาณ กลางๆ ของโรงหนังโรงใหญ่

ตามในท้องตลาด จอขนาดนี้ มีทั้งเป็นจอแบบมอเตอร์ และมือดึง ซึ่งส่วนมากได้จาก หน้าผ้าของจอ 100 นิ้ว แบบ 4:3 แล้วพ่นสีดำทับส่วนบน เพื่อให้จอยาวพอ ถึงระยะสายตา ถ้าติดสูง หรือจะใช้จอ 92 นิ้ว แบบ 16:9 โดยตรงก็มีครับ (ผมเองก็มีขาย ฮ่าๆ) ถ้าเป็นจอขึงบนเฟรมยิ่งง่ายใหญ่ เพราะสั่งขนาดได้ตามชอบใจ ครับชอบสูตรไหนก็ เลือกเอาตามใจปรารถนา ไม่มีผิด ไม่มีถูก อยู่ที่เราชอบแบบไหนมากกว่าครับ

แต่ถ้าเป็นสูตร ของ THX จะเหมาะสำหรับคนที่ชอบดู ใหญ่ๆ ให้ความรู้สึกเหมือน เวลาภาพยนตร์ยกเครน เราก็รู้สึกเหมือนจะลอยตามไปด้วย อะไรประมาณนั้น เพราะ THX ใช้ระยะ 1.5 เท่าของความกว้างของจอ ที่ตำแหน่ง 3.75 เมตร จอจะกว้างประมาณ 2.50 เมตร หรือเส้นทะแยงมุม ของภาพ 16:9 ประมาณ 113 นิ้ว ซึ่งเท่าที่ทดสอบ ผมว่าน่าจะเหมาะกับภาพยนตร์ 2.35 : 1 (2.35 ต่อ 1) มากกว่า ซึ่งจะได้อารมณ์ประมาณ แถวหน้าของชุดที่สอง ของเก้าอี้โรงภาพยนตร์โรงใหญ่ ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่คนดูหนังชอบนั่งที่สุด เพราะนอกจากจะได้ต่ำแหน่งที่เต็มตาแล้ว ยังเหยีดแข้งเหยีดขาได้สะดวก ไม่มีสาวมาเดินเฉียดหน้า ตอนหนังเริ่มฉาย ให้ได้กลิ่น อะไรต่อมิอะไร กรุ่นๆ แบบที่โฆษณาในทีวี ให้ตระขิดตระขวงใจ

ดังนั้นถ้าห้องขนาด ลึก 4 เมตร จะใช้จอขนาด 90 นิ้ว ตามสูตร SMPTE เลยก็ได้ครับ

สำหรับแนวตั้ง หรือความสูงของจอ ให้ยึดตำแหน่งสายตาเป็นสำคัญ สูตรผมเองจะเอา เส้นตำแหน่ง 1/4 – 2/3 ของจอ นับจากขอบด้านล่างของจอ หรืออย่างมากที่สุด เส้นสายตาไม่ควรเกิน 5 องศา ของตำแหน่ง ขอบจอล่าง โดยเฉพาะถ้าที่นั่งเป็นโซฟา แต่ถ้าเก้าอี้ เป็นปรับเอนได้ เหมือนเก้าอี้โรงภาพยนตร์ หรือโซฟาที่ปรับเอนได้ ก็สามารถเลือกความสูงตามชอบ ของผู้นั่ง มาตรฐานในโรงภาพยนตร์ใหญ่ๆ ก็กำหนดกว้างๆเพียง 15 – 20 องศา จาก เส้นสายตาปรกติ เพราะในโรงภาพยนตร์เก้าอี้ สามารถปรับเอนได้ จึงไม่มีปัญหาสำหรับการนั่งชม

ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าไปยึดติดว่า ต้องเท่านั้นเท่านี้ เพราะคนเราชอบไม่เหมือนกัน บางคนชอบจอใหญ่ บางคนชอบจอเล็ก ซึ่งที่จริงภาพยนตร์จากแผ่น Blu ray ปัจจุบัน มากว่า 70% เป็น widescreen มักจะเป็น 2.35 : 1 กันมาก เราๆท่านๆก็พบกันบ่อยครั้ง เวลาเราทำจอ 16:9 แล้ว ก็ดันมีหนัง 2.35 : 1 มาอีก(ซึ่งจริงๆมีมานานแล้ว เป็นฟอร์แมท ของภาพยนตร์จอใหญ่) เวลาฉายลงบนจอ 16:9 ็ก็จะเห็นสีขาวเรื่อยๆ ข้างบนข้างล่าง เป็นแถบอยู่ ถ้าเป็นเครื่องโปรๆหน่อย ก็จะเลือกต่ำแหน่งได้ หรือมีซัตเตอร์ปิดให้ดำยิ่งขึ้น แต่ถ้าเครื่องทั่วๆไป ก็หนีไม่พ้น ผมว่าอีกไม่นานคงมี LCD หรือ DLP ออกฟอร์แมท 2.35 ต่อ 1 กันบ้าง


Screen16-9

มื่อเอาหนัง Blu ray ที่เป็น 2.35:1 มาฉายกับเครื่องโปรเจคเตอร์ 16:9 ถ้าต้องการเห็นภาพ สัดส่วนถูกต้อง ก็จะได้ภาพแบบนี้ครับ แถบดำของจริงอาจจะมีสีขาวเรื่อๆ ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ของโปรเจคเตอร์กับจอครับ

ScreenAspectRatioอัตราส่วนของภาพยนตร์ ยังมี Cinerama 2.76:1 และ อัตราส่วน 2.05:1 สำหรับ ภาพยนตร์ 70 มม. อีกด้วย ยาวเข้าไปอีก

ผมเองบางครั้งยังนึกอยากทำจอ 2.35 ต่อ 1 ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป เวลาฉาย 16:9 ก็ถอยเลนส์กลับมา เพราะเวลาฉาย 16:9 บนจอฟอร์แมท 2.35:1 มันเหลือขอบข้าง ซึ่งทำม่านปิดด้านข้างง่ายกว่า ว่าไหม

ผมมีลูกค้าผมคนนึง ป่านนี้ยังใช้ข้างฝาบ้านแทนจออยู่เลย เพราะเลือกเนื้อจอไม่ได้ซะที ที่แรกเลือกขนาดไม่ได้ ผมเลยบอกว่าให้ดูไปก่อน ชอบขนาดไหน ค่อยสั่งจอผมก็แล้วกัน วันก่อนโทรไปถาม ก็บอกว่ากำแพงบ้านยังดีๆอยู่เลย ครับ 🙂

panomlogo
พนม / 14 ตุลาคม 2547
© copyright by AVmaster.com

 *ปรับปรุงอีกรอบ เมื่อมิถุนายน 2016 บางช่วงบางตอน อ้างถึงราคา อ่านแล้วขำกลิ้งเลยครับ 🙂